ในฐานะคนที่ชอบนิตยสารมาก และเคยใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งอยากจะเป็นบรรณาธิการนิตยสารสักเล่ม ร้าน The Papersmith ที่ Gaysorn ถือเป็นสวรรค์ที่มีนิตยสารสวย ๆ แปลก ๆ ให้ได้เข้าไปเลือกสรร แต่ละเล่มเป็นนิตยสารที่หาซื้อไม่ได้ใน Asiabooks และ Kinokuniya เพราะที่นี่วาง position ไว้ว่าเป็นร้านที่ขาย independent magazine เท่านั้น ผมเห็น The Papersmith ครั้งแรกเมื่อร้านเปิดไปได้ประมาณสองเดือน ส่วนร้าน The Booksmith ที่เชียงใหม่ ซึ่งเจ้าของคนเดียวกัน ก็เคยมีโอกาสแวะไปครั้งหนึ่ง เคยคิดไว้นานแล้วว่าอยากมีโอกาสคุยกับคนที่ทำร้านนี้ เพราะสงสัยเหลือเกินว่าในยุคที่นิตยสารทั้งไทยและต่างประเทศทยอยปิดตัวลงไปเรื่อย ๆ คนที่เป็นผู้ขายพอจะมีคำตอบให้ไหมว่าธุรกิจนิตยสารจะไปรอดไหม และทิศทางการทำนิตยสารวันนี้และวันข้างหน้าควรเป็นอย่างไร

Advertisements

Snapseed.jpg

บ่ายวันเสาร์วันหนึ่งที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในหมู่บ้านสัมมากร ถนนรามคำแหง ผมนัดคุยกับต๊อบ พลากร เจียมธีระนาถ นักแปลซับไตเติ้ลภาพยนตร์ที่มีผลงานเป็นที่จดจำของนักดูหนังชาวไทยมาแล้วมากมาย ทั้ง La La Land, A Monster Calls, Her, Trainspotting 2 และ Wonder ผมกับต๊อบเป็นเพื่อนใน Facebook กันมานานหลายปี เรามี mutual friends ที่เป็นศิลปินและคนในวงการหนังกันอยู่เกือบ 20 คน แต่เรื่องตลกคือเราไม่เคยคุยกันมาก่อน ไม่เคยเจอกัน และจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นฝ่าย add ใคร แรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากคุยกับต๊อบ (พร้อม ๆ กับกลับมาทำบล็อก Not A Full Baht อีกรอบหลังจากหยุดทำมาประมาณหกปี) ก็เพราะได้รู้ว่าต๊อบเป็นผู้แปลซับไตเติ้ลหนังที่ผมชอบมาก นั่นก็คือ Call Me by Your Name และเมื่อผมตัดสินใจซื้อชื่อโดเมนอีกครั้ง (เพื่อความสวยงาม ต่อให้บล็อกไม่ทำเงินก็ตาม) และติดต่อต๊อบผ่าน Facebook ว่าอยากขอสัมภาษณ์ ผมก็มีเรื่องให้ประหลาดใจอีกอย่าง เฮ้ย! เราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน!

ตลอดบทสนทนาราว ๆ 50 นาทีกับ เอม อมฤต เจริญพันธ์ Co-founder และ Co-CEO ของ HUBBA Thailand coworking space แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 4 มีคำสองคำที่เอมใช้บ่อยมาก คือ “passion” แล้วก็ “จิตวิญญาณ” ฟังดูเหมือนเป็นคำที่ศิลปินรุ่นอาวุโสมักใช้อธิบายการทำงานของตน แต่สองคำนี้คือสิ่งที่เอมใช้บรรยายตัวตนของตนเองและผู้ร่วมก่อตั้ง HUBBA รวมไปถึงตัวสถานที่และคนที่มาใช้พื้นที่ ซึ่งต่างฝ่ายต่างช่วยกันสร้างให้สิ่งปลูกสร้างกลายมาเป็น community และมีแรงพลังในการสร้างสรรค์อย่างแท้จริง

ก้อง ฤทธิ์ดี เป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่ง Bangkok Post เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้อ่านว่าบทความเขียนด้วยสำนวนภาษาที่สละสลวยแบบที่ฝรั่งบางคนยังต้องอายและมีไอเดียอะไรให้คนได้ขบคิด ถึงแม้ก้องจะบอกว่าสิ่งที่ตนทำก็เป็นแค่ “งาน” อย่างนึง ที่ไม่ได้จะต้องให้ “คนทำงาน” กลายมาเป็นบุคคลมีชื่อ ออกสื่อ หรือมีคนมาสัมภาษณ์เสียเอง ทั้งตนยังแอบสงสัยด้วยซ้ำว่าการวิจารณ์หนังนั้นมีความจำเป็นแค่ไหน แต่ “ผลงาน” ที่ก้องทำก็ได้พิสูจน์แล้วว่านอกจากจะสร้างความบันเทิงให้กับผู้ิอ่าน ยังนำมาซึ่งความเคลื่อนไหวในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับในวงการภาพยนตร์ไทย นอกจากจะเขียนบทวิจารณ์ให้กับ Bangkok Post ก้องยังเขียนลงสื่อต่างประเทศบางฉบับ เป็น guest lecturer พูดเรื่อง film appreciation ในวาระต่างๆ และเป็นนักทำหนังสารคดี โดยมีผลงานสารดคีเกี่ยวกับชีวิตคนมุสลิมออกมาแล้วสามเรื่องซึ่งทำร่วมกับนักทำหนังอีกท่าน ตอนนี้ก้องก็มีอยู่อีก project นึงซึ่งเจ้าตัวบอกว่ายังไม่แน่ใจว่าจะออกมาเป็นหนังหรือไม่ แต่ก็ตามถ่ายอยู่ ความลับอีกข้อที่ได้รู้มาก็คือ ใจจริงก้องอยากเป็นนักวิจารณ์หนังสือมากกว่า (แต่ในความเป็นจริง จะเป็นอาชีพที่หากินลำบากยิ่ง)

ต้องบอกว่ารายการ “เทยเที่ยวไทย” เป็นรายการท่องเที่ยวที่เปรี้ยวมากๆ และแปลกแตกต่างจากรายการอื่นๆ อย่างที่ผู้ชมไม่เคยเห็นมาก่อน ใครที่ไม่เคยดู ควรจะรีบไปหาดูด่วน เพราะเป็นครั้งแรกที่บ้านนี้เมืองนี้มีรายการที่มีแต่พิธีกรที่เรียกตัวเองอย่างเต็มปากเต็มคำว่า “กะเทย” โดยมีถึงสามนางด้วยกัน ได้แก่ป๋อมแป๋ม ก๊อตจิ และกอล์ฟ (จริงๆ มีเจ๊นนท์ด้วยอีกคนในเทปแรก ซึ่งโผล่มาอีกเวลามีเทปพิเศษ) มาพาผู้ชมไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ในประเทศและคุยเม้าท์เมามันตลอดรายการ และรายการก็ดังเปรี้ยงปร้าง คนดูกันก็ไม่ใช่แค่เกย์ กะเทย แต่ยังเป็นที่นิยมในหมู่ชายจริงหญิงแท้ทั่วไป ยอดแฟนของ “เทยเที่ยวไทย” บน Facebook มีอยู่เกิน 100,000 แล้วในขณะนี้